Category: กิจกรรม

GIZ – ธ.ก.ส. ระดมสมองภาคีเครือข่ายและผู้ผลิตภาคเกษตรยกระดับสู่ห่วงโซ่เกษตรกรรมที่รู้เท่าทัน สภาพภูมิอากาศ

Srijakpat Chalermchai, Agriculture and Food Cluster เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสถาบันวิจัย ภาครัฐ เอกชนและองค์กรระหว่างประเทศทั้งสิ้นกว่า 70 ท่าน เข้าร่วมระดมสมองในการประชุมเชิงปฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “การขับเคลื่อน Thailand Taxonomy ภาคเกษตรสู่การปฏิบัติ” ห้องสกายบอลรูม โรงแรมสกายวิว กรุงเทพ   การประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีให้กับภาคการเกษตรและการเงินการธนาคารไทย รวมถึงผลักดันการดำเนินกิจกรรมตามกรอบการทำงานภายใต้ Thailand Taxonomy ซึ่งเป็นมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยเพื่อให้ภาครัฐและภาคเอกชนมีความเข้าใจตรงกัน และสามารถใช้เป็นเกณฑ์สำหรับส่งเสริมการจัดสรรเงินทุนสีเขียวซึ่งครอบคลุมถึงการไม่สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยะสำคัญต่อสิ่งแวดอล้อมและสังคม

สานพลังท้องถิ่นจัดการทรัพยากรป่าชุมชน

Srijakpat Chalermchai, Agriculture and Food Cluster ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิตรตรา เพียภูเขียว คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบรรยายเรื่องการปลูกป่าพื้นถิ่นเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ด้วยเห็ดไมคอร์ไรซา เมื่อวันที่ 6-7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย โดย โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive Sustainable Rice Landscapes หรือ ISRL) จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ เสริมศักยภาพเครือข่ายป่าชุมชนอำเภอเวียงแก่นเพื่อการบริหารจัดการป่า การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์ภูมิทัศน์ป่าไม้อย่างยั่งยืน กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายมากกว่า 20 องค์กร โดยมี

GIZ – สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เดินหน้าเปิดตัว 5 นโยบายพลิกโฉมเกษตรไทย รับมือมาตรฐานการค้าอียูยุคใหม่

เรื่องและภาพ: โครงการเสริมสร้างการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่อกฎหมายเพื่อการค้าอย่างยั่งยืนของสหภาพยุโรป สินค้าส่งออกหลักของไทย เช่น ยางพารา น้ำมันปาล์ม และผลิตภัณฑ์ไม้ซึ่งมีมูลค่า การส่งออก รวมกว่า กว่า 5 หมื่นล้านบาทต่อปี กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากกฎระเบียบการค้าใหม่ของสหภาพยุโรป (European Union หรือ อียู) เพื่อรับมือกับความท้าทาย และสร้างพื้นที่และโอกาสทางการตลาดพร้อมศักยภาพในการแข่งขันในตลาดสินค้าเกษตรโลก องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environmental Institute : TEI) และ ได้ส่งมอบ “5 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย” ต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนให้ภาคเกษตรไทยรอดพ้นความเสี่ยง และพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่เวทีสากล

นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการอาเซียนเอสเอ็มอีเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ทางเกษตรยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ตลาดสากล

เรื่องโดย อภิรดี ตรีรัตน์เกื้อกูล ฟางข้าวปลอดสารที่นำเข้าสู่กระบวนการผลิตเยื่อกระดาษคุณภาพสูงโดยใช้พลังงานและสารเคมีน้อยลงเพื่อลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย – ฤดูกาลหลังเก็บเกี่ยว คือช่วงเวลาที่เกษตรกรมักจะหมดไปกับการจัดการฟางข้าวและตอซัง เช่นเดียวกับที่วิสาหกิจชุมชนเวียงชัย ที่สมาชิกเกษตรรายย่อยเพิ่งเสร็จสิ้นกับภารกิจผลิตเยื่อกระดาษจากฟางข้าวหอมมะลิที่ปลูกและเก็บเกี่ยวมาตลอดทั้งปี เยื่อกระดาษที่ผลิตได้ครั้งนี้มีปริมาณประมาณ 400 กิโลกรัม เยื่อกระดาษล็อตนี้พร้อมที่จะนำไปจำหน่ายต่อให้กับลูกค้าผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ นั่นหมายถึง รายได้เสริมที่สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเวียงชัยจะได้รับนอกเหนือจากการปลูกข้าว  นายมณฑล วงษ์ผัด ผู้จัดการโรงงานกล่าวพร้อมอธิบายกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษให้กับกลุ่มผู้ศึกษาดูงานจากประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียน ที่เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนจากภาคเกษตรและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทีมประเทศไทย ในฐานะประเทศผู้ผลิตข้าวนำร่องแบ่งปันประสบการณ์ขับเคลื่อนการเกษตรที่ยั่งยืนให้กับผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพราะฟางข้าวคือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่เป็นปัญหาหลัก หากไม่ได้รับการจัดการที่ดี เกษตรกรก็มักจะเลือกใช้วิธีเผากำจัดที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ สุขภาพและเป็นมลพิษ โครงการส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN AgriTrade II)  และโครงการ อาเซียน- เยอรมันเพื่อนำร่องการใช้ประโยชน์จากฟางข้าวอย่างยั่งยืนในพื้นที่อำเภอเวียงชัย ได้สร้างพื้นที่ให้กับเกษตรกรรายย่อยต้นน้ำ

เรียนรู้จากประเทศไทย: ธนาคารเพื่อการเกษตรและการพัฒนาชนบทแห่งชาติของอินเดีย (NABARD) ศึกษารูปแบบการเงินเพื่อการทำนาข้าวที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศในเอเชีย

แปล: มัชฌิมา ทองเดชศรี / กลุ่มโครงการเกษตรและอาหาร GIZ ประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร และชัยนาท – อะไรคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวรายย่อยหลายล้านรายหันมาใช้แนวปฏิบัติด้านการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ และใครจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ คำถามดังกล่าวเป็นเหตุผลที่ทำให้คณะผู้บริหารระดับสูงจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและการพัฒนาชนบทแห่งชาติของอินเดีย (National Bank for Agriculture and Rural Development: NABARD) เดินทางมายังประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อเข้าร่วมการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงเทคนิคภาคปฏิบัติ ซึ่งจัดโดย องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ภายใต้ โครงการ BMZ-Carbon Offsetting Rice และ

โครงการ GEF-ISRL ส่งมอบโดรนสำรวจป่าและการเกษตร เพิ่มพื้นป่า ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพภาคเหนือ-อีสาน

เรื่องและภาพโดย โครงการระบบการผลิตข้าวที่ยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive Sustainable Rice Landscapes: ISRL) โครงการระบบการผลิตข้าวที่ยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive Sustainable Rice Landscapes: ISRL) มุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพและความพร้อมของหน่วยงานภาคี เพื่ออนุรักษ์ การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่าภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ด้วยการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) ร่วมกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environmental Programme: UNEP) โครงการ ISRL ร่วมมือกับกรมป่าไม้ (Royal Forest Department: RFD) มอบโดรนสำรวจป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ

Scroll to Top