Category: ข่าว

GIZ – สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เดินหน้าเปิดตัว 5 นโยบายพลิกโฉมเกษตรไทย รับมือมาตรฐานการค้าอียูยุคใหม่

เรื่องและภาพ: โครงการเสริมสร้างการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่อกฎหมายเพื่อการค้าอย่างยั่งยืนของสหภาพยุโรป สินค้าส่งออกหลักของไทย เช่น ยางพารา น้ำมันปาล์ม และผลิตภัณฑ์ไม้ซึ่งมีมูลค่า การส่งออก รวมกว่า กว่า 5 หมื่นล้านบาทต่อปี กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากกฎระเบียบการค้าใหม่ของสหภาพยุโรป (European Union หรือ อียู) เพื่อรับมือกับความท้าทาย และสร้างพื้นที่และโอกาสทางการตลาดพร้อมศักยภาพในการแข่งขันในตลาดสินค้าเกษตรโลก องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environmental Institute : TEI) และ ได้ส่งมอบ “5 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย” ต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนให้ภาคเกษตรไทยรอดพ้นความเสี่ยง และพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่เวทีสากล

จากห้องเรียนสู่สวนปาล์มคาร์บอนต่ำ: กลุ่มเกษตรกรแลกเปลี่ยนวิชานอกตำรากับ นศ.ม.วลัยลักษณ์ หวังเด็กเจนใหม่สานต่อการผลิตปาล์มน้ำมันยั่งยืน

โดย ธิตินัย พงศ์พิริยะกิจ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน เสียงลมพัดใบปาล์มเบา ๆ ขณะที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังเดินตามลุงคิด หรือนายสมคิด รองรัตน์ วัย 75 ปี เกษตรกรสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เข้าไปในแปลงสวนปาล์มขนาด 36 ไร่ของตน “ดูปาล์มต้นนั้น กว่าดอกปาล์มจะโตเป็นทะลายให้เก็บไปขายได้ต้องใช้เวลาถึง 5- 6 เดือน การทำสวนปาล์มจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ขึ้นอยู่กับความใส่ใจและความอดทนของเกษตรกรมากกว่า” ลุงคิดกล่าวพร้อมชี้ให้นักศึกษาดูพื้นดินใต้โคนต้น “ปลูกแล้วรอเก็บอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูดิน ดูปุ๋ย แล้วก็ ดูต้น ให้เป็น ว่าต้นปาล์มแต่ละต้น กำลังบอกอะไรเราอยู่”

เยอรมัน – อาเซียน ฉลองความสำเร็จความร่วมมือผ่านโครงการของ GIZ วางแนวทางเพื่อยกระดับนวัตกรรมการเงินพร้อมส่งเสริมภาคเกษตรรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ

ฮานอย 8 เมษายน 2569 –  องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประกาศความสำเร็จของโครงการ “การพัฒนานวัตกรรมการจัดการทางการเงินเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน” (Innovative Climate Risk Financing for the Agricultural Sector in the ASEAN Region:Agri-Climate Risk Financing)  ความร่วมมือกับหน่วยงานระดับภูมิภาคตลอดสามปีครึ่งที่ผ่านมาช่วยยกระดับแนวทางบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อเกษตรกรรายย่อยเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบของสภาวะโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานประกาศความสำเร็จของโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระดับภูมิภาคครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงแรมฟอร์จูนา ฮานอย มีผู้แทนระดับสูงจากรัฐบาลประเทศสมาชิกภูมิภาคอาเซียน สถาบันการเงิน ภาคเอกชน และองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 60 ท่าน  รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงจากสำนักเลขาธิการอาเซียน และจากหน่วยงานหลักผู้ดำเนินโครงการใน 3

ประเทศไทยมุ่งหน้าผลักดันศักยภาพข้าวไทยในเวทีโลก ผ่านแผนที่นำทางยุทธศาสตร์ข้าวยั่งยืน

เรื่อง: ภาวิดา เจริญเมือง; ภาพ: ภาวิดา เจริญเมือง กรุงเทพฯ, 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 — แผนที่นำทางการผลิตข้าวยั่งยืนตามแนวคิดภูมินิเวศของประเทศไทย (National Roadmap on Sustainable Rice Landscapes) กำหนด 5 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ เสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรไทย เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตและผู้จำหน่ายข้าวยั่งยืนรายสำคัญของโลก โดยได้รับการนำเสนอเพื่อพิจารณา ณ กรมการข้าว เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในฐานะกรอบเชิงนโยบายสำหรับขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตข้าวยั่งยืนของประเทศไทย แผนที่นำทางดังกล่าวมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร การส่งเสริมมาตรฐานข้าวยั่งยืนและนวัตกรรมการเพิ่มมูลค่า การวางแผนการผลิตข้าวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การขยายตลาดข้าวยั่งยืน และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าข้าว แผนที่นำทางนี้ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive

GIZ-ธ.ก.ส. เติมทุนให้เกษตรกร วงเงินกว่า 5 พันล้าน ปรับแนวทางปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

จากซ้ายไปขวา: นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. นายโยฮันเนส แคร์เนอร์ ที่ปรึกษาพาณิชย์และเศรษฐกิจสถานทูตเยอรมันประจำประเทศไทย และ ดร.ทีโม เมนนิเคน ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทยในพิธีเปิดตัวโครงการ“ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.” GIZ ร่วมมือกับ ธ.ก.ส. พร้อมเปิดตัวรูปแบบเงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้โครงการไทย ไรซ์ จีซีเอฟ (Thai Rice GCF) วงเงิน 5,300 ล้านบาท สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย 40,000 ราย ปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ลดปัญหาโลกร้อน นายไพศาล

เปิดตัว CLIMAX Pro โปรแกรมใหม่ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์

By จันทิมา กูลกิจ / กลุ่มโครงการเกษตรและอาหาร GIZ ประจำประเทศไทย นวัตกรรมและเทคโนโลยีคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันสามารถเป็นส่วนหนึ่งของพลังสังคมบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ ด้วยเหตุนี้ โปรแกรม ไคลแม็กซ์ โปร (CLIMAX Pro) จึงได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อเป็นเครื่องมือเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกรให้มีความรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ (Carbon Footprint) สำหรับการจัดการสวนปาล์มน้ำมันและห่วงโซ่การผลิตปาล์มน้ำมัน โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SPOPP CLIMA) ดำเนินการโดย GIZ ร่วมกับ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GGC) คือผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบโปรแกรม CLIMAX Pro ให้เป็นซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ที่เกษตรกรสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย วัตถุประสงค์ของโครงการคือสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจต่อความสำคัญของการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการผลิตปาล์มน้ำมัน

Scroll to Top