Category: ข่าว

การเลี้ยงผึ้งเพื่อเกษตรกรรมฟื้นฟูที่ยั่งยืน

เรื่องและภาพโดย อภิรดี ตรีรัตน์เกื้อกูล เกษตรกรสตรีสมาชิกโครงการคอฟฟีดับเบิ้ลพลัส เรียนรู้วิธีการทำฟีโรโมนไว้ฉีดล่อผึ้งชนิดต่าง ๆ รวมทั้งผึ้งโพรงป่าด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะพื้นฐานของการเลี้ยงผึ้ง ชุมพร – กลุ่มแม่บ้านและเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้าในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ กำลังช่วยกันต้มรวงผึ้งกับน้ำ อีกกลุ่มกำลังช่วยกันบดกล้วยน้ำว้า แม้ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ร้อนและเลอะเทอะอยู่บ้าง แต่ยังมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในกลุ่มผู้เข้ากิจกรรม ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกันเป็นครั้งแรกว่ากลิ่นของกล้วยสุกใกล้เคียงกับฟีโรโมนของผึ้ง เมื่อส่วนผสมรวงผึ้งกับน้ำเริ่มเย็นและจับตัวจึงผสมยีสต์และกล้วยเข้าด้วยกัน หมักทิ้งไว้ 15-30 วัน เกษตรกรจะได้หัวเชื้อฟีโรโมนไว้สำหรับนำมาใช้เพื่อล่อผึ้งให้เข้ามาสร้างรังผึ้งได้ กิจกรรมที่เกษตรกรทั้งหมด 16 คนกำลังเรียนรู้อยู่นี้คือวิธีการทำฟีโรโมนไว้ฉีดล่อผึ้งชนิดต่าง ๆ รวมทั้งผึ้งโพรงป่าด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะพื้นฐานของการเลี้ยงผึ้งที่่โครงการคอฟฟีดับเบิ้ลพลัสจัดขึ้น โดยเลือกพื้นที่ปฏิรูปที่ดินหงษ์เจริญ เป็นพื้นที่นำร่องเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีทักษะและความรู้เกี่ยวกับการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะการเลี้ยงผึ้งและชันโรงเป็นการเกษตรที่ไม่ต้องใช้พื้นที่มาก

ผู้เชี่ยวชาญแนะ ไทยเร่งเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้พร้อมรับมือโลกร้อน

เรื่องและภาพโดย พงศ์นรินทร์ สุขแจ่ม/ กลุ่มโครงการเกษตรและอาหาร GIZ ประจำประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชลประทานระดับปฏิบัติการระดมสมองในช่วงกิจกรรมกลุ่มเพื่อหาแนวทางบรูณาการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศต่อเกษตรและวิถีชีวิตชุมชน วิศวกรชลประทานระดับปฏิบัติการ 50 คนจากสำนักชลประทานทั่วประเทศ ผนึกกำลังระดมความคิดเพื่อบูรณาการแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพ พร้อมรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อภาคเกษตร และวิถีชีวิตชุมชน ที่เวทีการอบรมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในหัวข้อ “การบริหารจัดการน้ำ การออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง” การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นเป็นครั้งแรกโดยกรมชลประทาน ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และบริษัทที่ปรึกษาอัลลูเวียม (Alluvium) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม และการถ่ายทอดองค์ความรู้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของวิศวกรชลประทานระดับปฏิบัติการในฐานะด่านหน้าของกลไกระดับประเทศที่จะรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ตลอดระยะเวลาสามวัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้แนวทางต่าง ๆ เกี่ยวกับกระบวนการออกแบบมาตรการเชิงธรรมชาติ (Nature-based Solutions

GIZ-จังหวัดนครสวรรค์ เดินหน้าวางแผนการดำเนินงานโครงการ TGC EMC กลุ่มงานพลังงานชีวมวล ประจำปี พ.ศ. 2568 สนับสนุนการลดการเผาฟางข้าวและใบอ้อย

เรื่องและภาพ: คณะ TGC EMC กลุ่มงานพลังงานชีวมวล/ GIZ ประจำประเทศไทย ผุ้เข้าร่วมกิจกรรมการวางแผนดำเนินงานโครงการ TGC EMC กลุ่มงานพลังงานชีวมวล สำหรับปี พ.ศ. 2568 ถ่ายภาพกลุ่มเป็นที่ระลึก องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดนครสวรรค์และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการความร่วมมือไทย – เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Thai-German Cooperation on Energy, Mobility and Climate Biomass Component

ธ.ก.ส. – GIZ ร่วมมือพัฒนาหลักสูตรการอบรมทักษะความรู้ทางการเงินเพื่อการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ

เรื่อง: ภาวิดา เจริญเมือง และ กัญญาณัฐ รังสิยเวคินภาพ: ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โครงการ Thai Rice GCF และโครงการ AgriCRF GIZ ประจำประเทศไทย ผู้เข้าร่วมประชุมจากหลากหลายหน่วยงาน อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานใหญ่และสำนักงานภูมิภาค GIZ ประจำประเทศไทย มูลนิธิธนาคารออมสินเยอรมันเพื่อความร่วมร่วมมือระหว่างประเทศ (DSIK) และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เมื่อวันที่ 20-21 มีนาคม พ.ศ. 2568 ที่เวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางแผนการดำเนินงานเพิ่มศักยภาพด้านการเงิน สีเขียวของโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Thai Rice:

หญิงแกร่งแห่งบึงโจน: การดูแลแหล่งน้ำเพื่อชุมชนและอนาคต

โดย พงศ์นรินทร์ สุขแจ่ม โครงการ E-WMSA ดอกบัวบานสะพรั่งที่บึงโจนในยามเช้า บึงโจน: แหล่งน้ำและชีวิต บึงโจน แหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ๋ ครอบคลุมพื้นที่ราว 164 ไร่ เป็นพื้นที่สาธารณะที่อยู่ในการดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลวังวน และมีความสำคัญต่อชีวิตของชาวบ้านในหลายพื้นที่ ทั้งตำบลวังวน อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก และตำบลใกล้เคียงจากจังหวัดสุโขทัย บึงโจนสามารถส่งน้ำให้ชาวบ้านใช้ในการทำนากว่า 3,000 ไร่ รวมถึงเป็นแหล่งน้ำให้กับสัตว์เลี้ยง และใช้สำหรับการเพาะปลูกพืชผักสวนครัว ในฤดูน้ำหลากช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมของทุกปี บึงโจนเป็นบึงธรรมชาติที่ช่วยตัดยอดน้ำจากมวลน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำยมสายเก่า หรือคลองเมม และในหน้าแล้ง เกษตรกรผู้ใช้น้ำก็ใช้น้ำในบึงโจนสำหรับการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ โดยมีข้อตกลงในชุมชนว่าจะต้องเหลือน้ำไว้ในบึงให้เพียงพอสำหรับการทำประมงน้ำจืด ซึ่งแหล่งประมงน้ำจืดที่นี่มีปลาหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ปลานิล ปลาบึก

E-WMSA จัดการฝึกอบรมพื้นฐาน สร้างการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำยั่งยืน

เรื่องและภาพ: พงศ์นรินทร์ สุขแจ่ม โครงการ E-WMSA / GIZ ประจำประเทศไทย ผู้เข้าร่วมการประชุมจากภาคส่วนต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำยม-น่านกว่า 20 ท่าน พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 3 จังหวัดพิษณุโลก ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Effective Water Management and Sustainable Agriculture: E-WMSA) เป็นเจ้าภาพจัดการฝึกอบรมพื้นฐาน (Foundation Training) ภายใต้หัวข้อ “การคัดเลือกและเกณฑ์ในการจัดลำดับความสำคัญของมาตรการการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศ (Ecosystem-based Adaptation: EbA)” ที่ห้องประชุมเมย์สวีท โรงแรมเมย์

Scroll to Top