Category: บทความพิเศษ

จากห้องเรียนสู่สวนปาล์มคาร์บอนต่ำ: กลุ่มเกษตรกรแลกเปลี่ยนวิชานอกตำรากับ นศ.ม.วลัยลักษณ์ หวังเด็กเจนใหม่สานต่อการผลิตปาล์มน้ำมันยั่งยืน

โดย ธิตินัย พงศ์พิริยะกิจ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน เสียงลมพัดใบปาล์มเบา ๆ ขณะที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังเดินตามลุงคิด หรือนายสมคิด รองรัตน์ วัย 75 ปี เกษตรกรสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เข้าไปในแปลงสวนปาล์มขนาด 36 ไร่ของตน “ดูปาล์มต้นนั้น กว่าดอกปาล์มจะโตเป็นทะลายให้เก็บไปขายได้ต้องใช้เวลาถึง 5- 6 เดือน การทำสวนปาล์มจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ขึ้นอยู่กับความใส่ใจและความอดทนของเกษตรกรมากกว่า” ลุงคิดกล่าวพร้อมชี้ให้นักศึกษาดูพื้นดินใต้โคนต้น “ปลูกแล้วรอเก็บอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูดิน ดูปุ๋ย แล้วก็ ดูต้น ให้เป็น ว่าต้นปาล์มแต่ละต้น กำลังบอกอะไรเราอยู่”

เปิดตัว CLIMAX Pro โปรแกรมใหม่ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์

By จันทิมา กูลกิจ / กลุ่มโครงการเกษตรและอาหาร GIZ ประจำประเทศไทย นวัตกรรมและเทคโนโลยีคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันสามารถเป็นส่วนหนึ่งของพลังสังคมบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ ด้วยเหตุนี้ โปรแกรม ไคลแม็กซ์ โปร (CLIMAX Pro) จึงได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อเป็นเครื่องมือเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกรให้มีความรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ (Carbon Footprint) สำหรับการจัดการสวนปาล์มน้ำมันและห่วงโซ่การผลิตปาล์มน้ำมัน โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SPOPP CLIMA) ดำเนินการโดย GIZ ร่วมกับ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GGC) คือผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบโปรแกรม CLIMAX Pro ให้เป็นซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ที่เกษตรกรสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย วัตถุประสงค์ของโครงการคือสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจต่อความสำคัญของการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการผลิตปาล์มน้ำมัน

พวกเราทำได้! เกษตรกรไทยเตรียมความพร้อมเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตปาล์มน้ำมันแบบคาร์บอนต่ำ

เรื่อง: จันทิมา กูลกิจ ภาพ: SPOPP-CLIMA แม้จะอยู่ในวัยเกษียณแล้ว แต่อดีตครูอย่างนายประเสริฐ ประทีป ณ ถลาง  เชื่อในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เขาตัดสินใจผันตัวมาเป็นเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมันเต็มตัว  แม้จะทุ่มเททั้งแรงกายและทุนทรัพย์  แต่ด้วยประสบการณ์ที่จำกัดทำให้ประสบปัญหาการจัดการสวนปาล์มของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยิ่งทำให้ผลผลิตยังไม่เต็มที่ นายประเสริฐ ประทีป ณ ถลาง วิทยากรจาก กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันทับทิม&ไชโย เมื่อเขาได้รับโอกาสจากกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันทับทิม&ไชโย ที่ตนเองเป็นสมาชิก ให้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร “การจัดการสวนปาล์มแบบคาร์บอนต่ำเพื่อเศรษฐกิจสีเขียว” นายประเสริฐไม่รีรอที่จะเข้าร่วมกิจกรรมที่เขาเชื่อว่าไม่เพียงจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเท่านั้น แต่จะช่วยเติมเต็มความรู้เพื่อนำไปพัฒนาสวนปาล์มของตนเองและสามารถเผยแพร่ต่อไปยังเพื่อนเกษตรกรสมาชิกกลุ่ม และชุมชนใกล้เคียงในอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงาด้วย นายประเสริฐคือหนึ่งในเกษตรกร 50 คน ที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตรล่าสุดที่จัดขึ้น เพื่อพัฒนาภายใต้โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและ น้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน

เกษตรกรกาแฟมือรางวัล นำเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง

โดย ภาวิดา เจริญเมือง อ.ท่าแซะ ชุมพร – เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลโดยตรงต่อการเกษตร เกษตรกรจำนวนมากต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางรายได้ การพึ่งพาผลผลิตจากพืชเพียงชนิดเดียวจึงส่งผลกระทบต่อหลายครัวเรือน แต่สำหรับ ประเสริฐ และ นาลยา กิตติเวทยานุสรณ์ เกษตรกรสมาชิกของโครงการคอฟฟี่ดับเบิ้ลพลัสนั้น การทำเกษตรด้วยแนวทางเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) คือคำตอบในการรับมือกับความไม่แน่นอน และเป็นรากฐานที่มั่นคงให้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา   ทุก ๆ เช้า ประเสริฐและนาลยามักจะเดินตรวจตราสวนกาแฟโดยเฉพาะช่วงนี้ที่ผลผลิตกาแฟขณะนี้ยังไม่สุก การตรวจเช็คคุณภาพและปัญหาโรคต่าง ๆ เป็นเรื่องสำคัญ สวนกาแฟที่เขียวชอุ่มราวป่าขนาดย่อม รายล้อมไปด้วยพืชหลากหลายที่ล้วนมีความเกี่ยวโยงและทำหน้าที่เกื้อหนุนกัน ทั้งต้นหมากที่ช่วยบังลมให้ต้นกาแฟไม่หักโค่น ทุเรียนพันธุ์ชะนีจากลำต้นสูงชะลูดช่วยเป็นร่มเงา หญ้าแฝกที่ยึดหน้าดินแน่น และถั่วบราซิลที่ช่วยดึงไนโตรเจนและกักเก็บความชื้นลงสู่พื้นดิน ทุกอาณาบริเวณในสวนร่มรื่นและมีชีวิต

GIZ – ธ.ก.ส. พร้อมเดินหน้าการเงินสีเขียวเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยปรับ-เปลี่ยนวิถีเกษตร รับมือโลกร้อน

เรื่องโดย เมตตา คงพันธุ์อภิรักษ์ กลุ่มเกษตรและความปลอดภัยทางอาหาร GIZ ประจำประเทศไทย คณะผู้แทนจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เดินทางไปยังสาธารณรัฐเยอรมนีเพื่อเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารทางการเงินเพื่อความยั่งยืนตามหลักด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance) หรือ ESG รวมทั้งนวัตกรรมการเงินสีเขียวรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีความสำคัญกับการวางยุทธศาสตร์และการปฏิบัติงานขององค์กร เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงสินเชื่อรูปแบบใหม่ ๆ ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรและรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน  ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินเยอรมันต่างเน้นย้ำความสำคัญของประเมินความเสี่ยงด้าน ESG และความจำเป็นที่สถาบันการเงินเพื่อการเกษตรควรนำแนวทางเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ เพื่อวางยุทธศาสตร์ นโยบาย การบริหารและการปฏิบัติงาน เป้าหมายหลักคือทำให้ลูกค้าเกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว และแพ็คเกจความช่วยเหลือทางการเงินอื่น ๆ สำหรับเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ   

ผู้ประกอบการโรงสกัดน้ำมันปาล์มรุ่นใหม่กับความตั้งใจยกระดับสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เรื่อง: จันทิมา กูลกิจ และ อภิรดี ตรีรัตน์เกื้อกูล ภาพ: SPOPP-CLIMA ภาพความทรงจำของ ดร.ธิเบศร์ จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) เล่าถึงความทรงจำวัยเด็กครั้งติดตามคุณพ่อไปทำงานในโรงสกัดน้ำมันปาล์ม ตลอดเส้นทางเขามองเห็นต้นปาล์มเขียวชอุ่มที่ปลูกเป็นแถวยาวสุดสายตา และมีชาวบ้านขับรถกระบะบรรทุกทะลายปาล์มเต็มคันมาส่งขายที่โรงสกัดและจุดรับซื้อตามชุมชน ถึงแม้จะยังไม่เข้าใจว่า  “ต้นปาล์มให้อะไร” กับเกษตรกรในชุมชน นอกจากน้ำมันที่แม่ใช้ทอดไข่ให้เขาและน้อง ๆ ทานในมื้อเช้า แต่นี่เป็นอาชีพหลักที่เกิดเป็นรายได้ของคนในชุมชนนับร้อยที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของกระบี่และอีกหลายจังหวัดภาคใต้ของไทย  เมื่อเติบโตขึ้น ดร.ธิเบศร์ต้องย้ายไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ความผูกพันกับสวนปาล์มอาจจะเลือนลางลงไปบ้าง แต่การได้เติบโตท่ามกลางสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และธุรกิจของคนในชุมชน ได้กลายเป็น “ต้นทุนชีวิต” ที่มีคุณค่าและหล่อหลอมเขาให้เป็นนักธุรกิจสวนปาล์ม

Scroll to Top