ขับเคลื่อนการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศในประเทศไทย
ด้วยการเสริมศักยภาพเกษตรกร

หัวใจสำคัญของโครงการ Thai Rice GCF คือวิสัยทัศน์แห่งการเปลี่ยนแปลง นั่นก็คือการมุ่งเสริมศักยภาพเกษตรกรรายย่อยให้สามารถรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างความมั่นคงในการหาเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน

เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โครงการได้นำเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศมาปรับใช้กับการดำเนินงานในระดับชุมชน ผ่านกรอบการส่งเสริมการเกษตรรูปแบบใหม่และเครื่องมือเสริมสร้างศักยภาพที่ออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

1. ระบบส่งเสริมการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate Smart Extension System: CSES)
ระบบส่งเสริมการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ หรือ ระบบ CSES (Climate Smart Extension System: CSES) คือแนวทางในการยกระดับภาคการปลูกข้าวของไทยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้อย่างครอบคลุมรอบด้าน มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ระบบ CSES มีรากฐานมาจากการบูรณาการ การส่งเสริมการเกษตร หลักการตลาดสมัยใหม่ และการสื่อสารดิจิทัล เข้าด้วยกัน โดยยกระดับจากการฝึกอบรมในรูปแบบดั้งเดิม เพื่อผลักดันให้เกิดการยอมรับและนำเทคโนโลยีการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศไปใช้จริงในระดับแปลงนา

องค์ประกอบหลักของระบบ CSES

  • เครือข่ายการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบลำดับขั้น (SMCR Model): ระบบ CSES นำแบบจำลองการสื่อสารของเดวิด เค. เบอร์โล (David K. Berlo) มาประยุกต์ใช้ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ จาก วิทยากรหลัก สู่ เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด เจ้าหน้าที่ระดับอำเภอและตำบล เกษตรกรผู้นำ และท้ายที่สุด เกษตรกรรายย่อยกว่า 250,000 รายในพื้นที่เป้าหมาย 21 จังหวัด
  • การยอมรับเทคโนโลยีโดยคำนึงถึงคุณค่า: ระบบ CSES ได้นำระเบียบวิธีการยอมรับนวัตกรรมที่ได้รับการพิสูจน์แล้วมาประยุกต์เข้ากับกระบวนการดำเนินงานของโครงการ ไม่ว่าจะเป็น ทฤษฎีการแพร่กระจายนวัตกรรมของโรเจอร์ส (Rogers) และหลักการพาเรโต 80/20 โดยเน้นการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดความตระหนักรู้ จนนำไปสู่การยอมรับและปฏิบัติตามเทคโนโลยีได้อย่างเต็มรูปแบบ
  • พลังความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน: ระบบ CSES ผสานองค์ความรู้ ทรัพยากร และเครือข่ายเจ้าหน้าที่ภาคสนามของหน่วยงานพันธมิตรหลักทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ จาก 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ ประจำประเทศไทย)

ระบบ CSES มุ่งหวังว่า การเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศจะไม่เพียงส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาอีกด้วย

เขียนโดย ดร.อรรถวิชช์ วัชรพงศ์ชัย
ผู้อำนวยการโครงการ ฝ่ายปฏิบัติการภาคสนาม โครงการ Thai Rice GCF

2. คู่มือวิทยากรหลักสูตรการพัฒนาวิทยากรผู้ถ่ายทอดความรู้การปลูกข้าว (CSO Manual)
เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของระบบ CSES ให้เกิดการนำไปปฏิบัติจริงในพื้นที่ โครงการได้จัดทำคู่มือหลักสูตรฝึกอบรมวิทยากร (Train the Trainer: 3T) ผู้ถ่ายทอดความรู้การปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ โดยใช้เป็นคู่มือหลักในการดำเนินงานสำหรับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ให้สามารถทำหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate Smart Officer: CSO) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คู่มือวิทยากร (CSO Manual) ครอบคลุมเนื้อหาดังต่อไปนี้:

  1. ความรู้เข้าใจเกี่ยวกับโครงการ Thai Rice GCF และระบบ CSES: ภาพรวมกรอบการดำเนินงานของโครงการ เป้าหมายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และกลยุทธ์การบูรณาการงานส่งเสริมการเกษตร การตลาด และการสื่อสารดิจิทัล
  2. ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการตั้งรับปรับตัว: ความรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามด้านภูมิอากาศต่อภาคเกษตรทั้งในระดับโลกและระดับพื้นที่ชุมชน ตลอดจนความจำเป็นเร่งด่วนในการนำแนวทางการตั้งรับปรับตัวมาใช้
  3. เทคโนโลยีการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate-Smart Technologies: CST) 10+1: เนื้อหาหลักในการอบรมสำหรับวิทยากร เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศในแปลงนา เช่น การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) การปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ (LLL) การจัดการธาตุอาหารในดิน การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) และการบูรณาการเครื่องจักรกลการเกษตร
  4. ความรู้ทางการเงินขั้นสูงและเงินอุดหนุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate-Smart Incentives: CSI): กรอบแนวทางเพื่อให้คำแนะนำเกษตรกรในการเข้าถึงมาตรการจูงใจทางการเงิน ซึ่งช่วยลดอุปสรรคต่อการนำเทคโนโลยีไปปฏิบัติ
  5. เทคนิคการดำเนินกระบวนการและการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน: เครื่องมือเชิงปฏิบัติสำหรับการจัดอบรมในระดับชุมชน กิจกรรมละลายพฤติกรรม และกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
  6. มาตรการคุ้มครองและแนวปฏิบัติที่คำนึงถึงความครอบคลุม: เนื้อหาครอบคลุมหลักการด้านมาตรการป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environmental and Social Safeguards: ESS) การขอความยินยอมอย่างเสรีล่วงหน้า และโดยให้ข้อมูลครบถ้วน (Free, Prior and Informed Consent: FPIC) กลไกการรับเรื่องร้องเรียนของโครงการ (GRM) ตลอดจนความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมทางสังคม (Gender Equality/Social Inclusion: GESI)
  7. การติดตาม ประเมินผล และประเมินผลกระทบ: แนวทางอย่างเป็นระบบสำหรับติดตามอัตราการนำเทคโนโลยีไปปฏิบัติ การเปลี่ยนแปลงของผลผลิต รายได้ที่เพิ่มขึ้น และปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เรียบเรียงโดย ดร.อรรถวิชช์ วัชรพงศ์ชัย และคณะทำงานขับเคลื่อนระบบส่งเสริมการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ CSES

ดาวน์โหลดเอกสาร

คู่มือวิทยากรหลักสูตรการพัฒนาวิทยากรผู้ถ่ายทอดความรู้การปลูกข้าว (ฉบับร่าง)
Scroll to Top