เสียงลมพัดใบปาล์มเบา ๆ ขณะที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังเดินตามลุงคิด หรือนายสมคิด รองรัตน์ วัย 75 ปี เกษตรกรสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เข้าไปในแปลงสวนปาล์มขนาด 36 ไร่ของตน “ดูปาล์มต้นนั้น กว่าดอกปาล์มจะโตเป็นทะลายให้เก็บไปขายได้ต้องใช้เวลาถึง 5- 6 เดือน การทำสวนปาล์มจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ขึ้นอยู่กับความใส่ใจและความอดทนของเกษตรกรมากกว่า” ลุงคิดกล่าวพร้อมชี้ให้นักศึกษาดูพื้นดินใต้โคนต้น “ปลูกแล้วรอเก็บอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูดิน ดูปุ๋ย แล้วก็ ดูต้น ให้เป็น ว่าต้นปาล์มแต่ละต้น กำลังบอกอะไรเราอยู่”
การเรียนรู้เริ่มจาก “การฟัง” นักศึกษาค่อย ๆ ล้อมวงเข้ามาฟังลุงคิดเล่าวิธีการจัดการสวนปาล์ม เมื่อมองเห็นของจริง ก็เริ่มมีคำถามออกมาทีละเรื่อง ตั้งแต่ผลผลิตต่อไร่ ต้นทุนปุ๋ย ไปจนถึงราคาปาล์มที่ไม่แน่นอน
ลุงคิดไม่ได้ตอบเป็นทฤษฎีแต่พานักศึกษาเดินไปเห็นของจริงทีละจุด พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า “ทางปาล์มพวกนี้เราสามารถเอามาคลุมดินเพื่อรักษาความชื้น ลดการใช้น้ำและปุ๋ยเคมี อีกทั้งยังช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ด้วย ต้นทุนของเกษตรกรไม่ได้อยู่แค่ที่เราจ่ายวันนี้ แต่อยู่ที่ว่าเราดูแลสวนปาล์มยังไงให้ปาล์มช่วยสร้างรายได้ดูแลเราด้วยในระยะยาว เพราะทุกวันนี้คนทำสวนส่วนใหญ่ก็เป็นคนมีอายุแบบลุง ส่วนเด็ก ๆ พอเรียนจบก็มักจะไปทำงานในเมืองหรือกรุงเทพฯ กันหมด”
เสียงของลุงคิดสะท้อนถึงความห่วงใยและคำถามที่อยู่ในใจว่า ใครจะเป็นคนดูแลสวนปาล์มเหล่านี้ต่อจากรุ่นเขา
สร้างพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างวัย
ดร.กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ ผู้อำนวยการ โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Sustainable Palm Oil Production and Procurement – Project for Climate Mitigation and Adaptation) หรือ SPOPP CLIMA กล่าวว่าโครงการมองเห็นโอกาสสร้าง “พื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างวัย” (Inter-generational Co-Learning Space) เชื่อมโยงเยาวชนและเกษตรกรแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทางทฤษฎี เทคโนโลยี และประสบการณ์จริงเพื่อเติมเต็มกันและสามารถขับเคลื่อนการผลิตปาล์มน้ำมันสู่ความยั่งยืนและคาร์บอนต่ำในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดการนำร่อง “โครงการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างเยาวชนและเกษตรกรเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนและคาร์บอนต่ำ (Youth–Farmer Collaboration Initiative for Sustainable and Low-Carbon Palm Oil Production) จากความร่วมมือระหว่างองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย บริษัท โกลบอลกรีน เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GGC) และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
นางสาวกมลวรรณ จันทร์เจริญ รองประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร กล่าวภายหลังจากได้ร่วมทำกิจกรรมกลุ่มกับนักศึกษาว่า “ไม่เพียงเยาวชนเท่านั้นที่ได้เรียนรู้จากเกษตรกร แต่เกษตรกรเองก็ได้มุมมองใหม่จากคนรุ่นใหม่เช่นกัน ทั้งเรื่องระบบการจัดการสวนปาล์มอย่างเป็นขั้นตอนการมองสวนปาล์มในฐานะระบบ การเชื่อมโยงต้นทุนกับประสิทธิภาพการผลิต การใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงการนำแนวคิดคาร์บอนต่ำมาพิจารณาในมิติ เศรษฐศาสตร์ โครงการลักษณะนี้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่มีชีวิต ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้เรียนรู้ไปด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุก ทุกคนเปิดใจและตั้งใจ ทำให้เกิดมุมมองที่หลากหลายขึ้น”
คุณกมลวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการเรียนรู้ร่วมกันเช่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยจุดประกายให้เยาวชนหันมาสนใจและเข้าใจภาคการเกษตรมากขึ้น และในระยะยาวอาจนำไปสู่การกลับมารับช่วงต่อการทำสวนปาล์มของครอบครัว ด้วยมุมมองใหม่ที่ผสานทั้งความรู้ เทคโนโลยี และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน
จากการทำสวนปาล์มน้ำมัน
จากพื้นที่เรียนรู้ สู่ต้นแบบการศึกษา
บทบาทของภาคเอกชนในการขับเคลื่อนปาล์มน้ำมันยั่งยืน
ในปัจจุบัน ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงประเด็นเชิงนโยบายหรือกลยุทธ์ทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องที่ต้องเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชน และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ลงมือทำ และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม ซึ่งกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
- เปิดตัว CLIMAX Pro โปรแกรมใหม่ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์
- พวกเราทำได้! เกษตรกรไทยเตรียมความพร้อมเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตปาล์มน้ำมันแบบคาร์บอนต่ำ
- ผู้ประกอบการโรงสกัดน้ำมันปาล์มรุ่นใหม่กับความตั้งใจยกระดับสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- GIZ ร่วมมือกับ GGC และ RSPO บูรณาการแนวทางการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิ อากาศเข้าสู่การรับรอง RSPO สำหรับผู้ปลูกปาล์มน้ำมันไทย
































