ฮานอย 8 เมษายน 2569 – องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประกาศความสำเร็จของโครงการ “การพัฒนานวัตกรรมการจัดการทางการเงินเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน” (Innovative Climate Risk Financing for the Agricultural Sector in the ASEAN Region:Agri-Climate Risk Financing) ความร่วมมือกับหน่วยงานระดับภูมิภาคตลอดสามปีครึ่งที่ผ่านมาช่วยยกระดับแนวทางบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อเกษตรกรรายย่อยเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบของสภาวะโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานประกาศความสำเร็จของโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระดับภูมิภาคครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงแรมฟอร์จูนา ฮานอย มีผู้แทนระดับสูงจากรัฐบาลประเทศสมาชิกภูมิภาคอาเซียน สถาบันการเงิน ภาคเอกชน และองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 60 ท่าน รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงจากสำนักเลขาธิการอาเซียน และจากหน่วยงานหลักผู้ดำเนินโครงการใน 3 ประเทศนำร่อง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนาม สถาบันการเงินรายย่อยถินเทือง เวียดนาม บริษัทบลู มาร์เบิล อินโดนีเซียที่ให้บริการนวัตกรรมประกัน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ประเทศไทย
นายโว วัน ฮัง (Mr Vo Van Hung)รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม (Vice Minister of Ministry of Agriculture and Environment) ให้เกียรติกล่าวเปิดงานดังนี้ “เกษตรกรรมมีความสำคัญยิ่งกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม รายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกร อีกทั้งความมั่นคงทางอาหารในระดับประเทศ โครงการการพัฒนานวัตกรรมการจัดการทางการเงินเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน ให้การสนับสนุนประเทศเวียดนามและประเทศสมาชิกอาเซียนในโครงการให้มีกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ทางการเงินนำร่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรรายย่อย ผ่านแนวทางการอบรมให้ความรู้เรื่องการประกันภัยพืชผล และสร้างความร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อส่งเสริมการประกันภัยพืชผล โครงการนี้ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงบริการทางการเงินเพื่อการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และให้การถอดบทเรียนที่มีคุณค่ากับการพัฒนานโยบายในอนาคตต่อไป”
นายเยนส์ ชมิด – ไคลเยอ (Jens Schmid-Kreye) ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายความร่วมมือ สถานทูตเยอรมันประจำประเทศเวียดนาม (Deputy Head of Cooperation, German Embassy of Vietnam) กล่าวเปิดงาน “เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ห่างไกลจำเป็นต้องได้รับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่น่าเชื่อถือ เงินทุนเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถจัดการความเสี่ยง และฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้นหากต้องเผชิญกับเหตุการณ์หรือภัยทางธรรมชาติที่ไม่คาดคิด ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น การประกันภัยพืชผล สินเชื่อเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกลไกนวัตกรรมทางการเงินอื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยง ล้วนมีบทบาทสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดี”
สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยเวทีเสวนาทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่ร่วมดำเนินโครงการ และภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ผู้แทนจากองค์กร์ด้านการพัฒนา และผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นต้น ร่วมถอดบทเรียนจากการดำเนินโครงการในสามประเทศนำร่องได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม และสะท้อนแนวทางการต่อยอดโครงการในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน
ตลอดระยะเวลาสามปีครึ่งของการดำเนินโครงการ Agri-Climate Risk Financing มีการพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้งสิ้น 8 ผลิตภัณฑ์ รวมถึงประกันภัยที่อิงดัชนีสภาพอากาศเพื่อเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกโกโก้ เครื่องมือประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล” (ESG Risk Radar) เพื่อประกอบการพิจารณาการให้สินเชื่อเกษตรกรโดยธนาคาร และออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมให้ลูกค้าเกษตรกรเพื่อเตรียมพร้อมรับมือต่อสภาพภูมิอากาศ
สำหรับประเทศเวียดนาม โครงการ Agri-Climate Risk Financing ทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนาม สถาบันการเงินรายย่อยถินเทือง พัฒนาแอพลิเคชันเพื่อประเมินสินเชื่อและขยายการเข้าถึงสินเชื่อ และร่วมกับบริษัทประกันภัยในการให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับประกันภัยพืชผล ผลลัพธ์คือ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและกาแฟรายย่อยมากถึง 1,500 คน สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สินเชื่อสีเขียวและประกันภัยพืชผลทางการเกษตร
สำหรับประเทศอินโดนีเซีย เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกโกโก้กว่า 1,500 คน ได้รับประโยชน์จากประกันภัยที่อิงดัชนีสภาพอากาศ ที่พัฒนาร่วมกับบริษัทบลู มาร์เบิล และออกผลิตภัณฑ์โดยบริษัท ประกันภัยซูริค ไซยารีอา (Zurich Syariah) โดยเงินชดเชยจากประกันช่วยให้เกษตรกรสามารถลงทุนในการปลูกต่อได้หากต้องเผชิญกับความเสียหายจากภัยแล้ง
นอกจากนี้ เกษตรกรทั้งหมด 17,060 คนและเทรนเนอร์อีก 158 คนใน 3 ประเทศนำร่อง ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนามยังได้รับการอบรมเพิ่มพูนทักษะและศักยภาพเกี่ยวกับการประกันภัยและการจัดการทางการเงินขั้นพื้นฐานเพื่อถ่ายทอดให้เกษตรกรต่อไป
นายจูเลียน โทสต์ ผู้อำนวยการโครงการ GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวเน้นย้ำถึงความสำเร็จของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ว่า “โครงการ Agri-Climate Risk Financing ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและมองหาแนวทางรวมถึงนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับความท้าทายต่อการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จและบทเรียนจากการดำเนินโครงการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า โครงการนี้ไม่เพียงแค่มีประโยชน์ต่อประเทศนำร่องเท่านั้น แต่ประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศอื่น ๆ ต่างก็ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และกิจกรรมต่าง ๆ โดยโครงการ เพื่อนำไปต่อยอดการทำงานในบริบทระดับประเทศนั้น ๆ ได้เช่นกัน”
สำหรับกิจกรรมเวทีเสวนา นายทวีสิทธ์ บุญญสุข ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและความร่วมมือกระทรวงเกษตร สปป.ลาว ให้ความเห็นต่อการดำเนินโครงการว่า แม้สปป.ลาวไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศนำร่องโครงการ แต่การเพิ่มพูนทักษะและเสริมสร้างศักยภาพก็เป็นประเด็นที่ประเทศให้ความสำคัญเช่นกัน โดยเห็นว่าการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินเพื่อตั้งรับปรับตัวความเสี่ยงจากสภาพอากาศเช่นที่ดำเนินงานใน 3 ประเทศนำร่อง ควรนำไปปรับใช้กับประเทศอื่น ๆ และควรมีการจัดตั้งคณะทำงานในระดับชาติโดยให้ผู้เชี่ยวชาญและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมระดมสมองเพื่อขับเคลื่อนแนวทางรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อภาคการเกษตร และเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยในประเทศลาวได้เข้าถึงการประกันภัยพืชผล เช่นกัน
บทความที่เกี่ยวข้อง
- GIZ – ธ.ก.ส. เปิดตัว “เครื่องมือบริหารความเสี่ยง ESG นำร่องพัฒนาสถาบันการเงิน-ภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน
- ธ.ก.ส. – GIZ ร่วมมือพัฒนาหลักสูตรการอบรมทักษะความรู้ทางการเงินเพื่อการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ
- ธ.ก.ส. – GIZ เดินหน้าความร่วมมือส่งเสริมเกษตรกรเข้าการจัดการเงินเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- GIZ จับมือสมาชิกอาเซียน ขับเคลื่อนการประกันภัยพืชผลทางการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศสู่วิสัยทัศน์หลังปี พ.ศ.2568
- ธ.ก.ส. – GIZ กระชับความร่วมมือพัฒนาการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศในประเทศไทย
- ธ.ก.ส.-GIZ เดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถบุคลากร-เกษตรกร เตรียมความพร้อมด้านการเงินเพื่อรับมือความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
























