26 ธันวาคม 2568

เปิดตัว CLIMAX Pro โปรแกรมใหม่ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์

By จันทิมา กูลกิจ / กลุ่มโครงการเกษตรและอาหาร GIZ ประจำประเทศไทย

นวัตกรรมและเทคโนโลยีคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันสามารถเป็นส่วนหนึ่งของพลังสังคมบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้

ด้วยเหตุนี้ โปรแกรม ไคลแม็กซ์ โปร (CLIMAX Pro) จึงได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อเป็นเครื่องมือเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกรให้มีความรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ (Carbon Footprint) สำหรับการจัดการสวนปาล์มน้ำมันและห่วงโซ่การผลิตปาล์มน้ำมัน

โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SPOPP CLIMA) ดำเนินการโดย GIZ ร่วมกับ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GGC) คือผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบโปรแกรม CLIMAX Pro ให้เป็นซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ที่เกษตรกรสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย วัตถุประสงค์ของโครงการคือสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจต่อความสำคัญของการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการผลิตปาล์มน้ำมัน สามารถระบุแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและจัดลำดับความสำคัญของแนวทางแก้ไขเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในแต่ละกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรียนรู้หลักการทำงานของโปรแกรม CLIMAX Pro

แดชบอร์ดแสดงภาพข้อมูล CLIMAX Pro

นาย ธิตินัย พงศ์พิริยะกิจ ผู้จัดการภาคสนามโครงการ SPOPP CLIMA กล่าวถึงที่มาของชื่อโปรแกรมว่า CLIMAX Pro มาจากคำว่า Climate (สภาพภูมิอากาศ) Maximise (ทำให้มากที่สุด) และ Net Profit (กำไรสุทธิ) โดยโปรแกรมนี้ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศไทย ในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  เพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับตัว และช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มกำไรสุทธิในระดับสูงสุด

จุดเด่นของโปรแกรม CLIMAX Pro คือ เป็นโปรแกรมโอเพนซอร์ส (Open Source) ที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ และผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ มีรูปแบบการคำนวณเป็นไปตามรายละเอียดและข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (Thailand Greenhouse Gas Management Organization:TGO) ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของโปรแกรม นอกจากนี้ หน้าจอการใช้งานของโปรแกรม (User Interface: UI) ยังได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงและจัดการฐานข้อมูลได้อย่างสะดวก และ แม่นยำช่วยวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน
ของเกษตรกรจากข้อมูลที่รวบรวมได้ พร้อมประมวลผลและสรุปข้อมูลในรูปแบบภาพี่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลได้ง่ายัชัดเจนว่า กิจกรรมใดของการทำสวนปาล์มน้ำมันที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดและรองลงมาในระดับส่งผลให้เกษตรกรสามารถจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมและแนวทางแก้ไขได้อย่างเหมาะสม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต

เสียงสะท้อนจากเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันรายย่อย

นางสาว นัณฐพร กลับส่ง กรรมการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร ได้แบ่งปันความประทับใจหลังจากการได้ทดลองใช้งาน CLIMAX Pro“ โปรแกรมนี้เป็นเครื่องมือแบบครบวงจรที่ใช้งานง่าย และช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดการข้อมูลสำคัญทั้งหมดที่จำเป็นต่อการคำนวณคาร์บอนในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งเป็นระบบการทำงานเดียวที่รวบรวมทุกขั้นตอนการใช้งานไว้ด้วยกัน ช่วยลดงานซ้ำซ้อนและประหยัดเวลาในการทำงานมากขึ้น”

นอกจากจากการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ (Carbon Footprint) แล้ว โปรแกรมยังสามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการรับรองมาตรฐาน Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ EU Deforestation Regulation หรือ EUDR ซึ่งเป็นกฎระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ได้อีกด้วย ในฐานะตัวแทนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทรที่เข้าร่วมการใช้โปรแกรม CLIMAX Pro ในระยะนำร่อง เธอตั้งใจจะแนะนำโปรแกรมนี้ให้กับสมาชิกในกลุ่มและเริ่มต้นดำเนินการคำนวณคาร์บอนเครดิต เพื่อเพิ่มโอกาสของเกษตรกรให้เข้าถึงตลาดคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต

นาย ยุทธนา จรุงการ ผู้จัดการกลุ่ม/เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน RSPO-พังงา เล่าว่า “รู้สึกตื่นเต้นและประทับใจที่ข้อมูลต่าง ๆ เช่น ปริมาณการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อทดแทนปุ๋ยเคมี การใช้พลังงานตั้งแต่การบวนการทำสวนปาล์ม การขนส่ง ไปจนถึงการปลูกพืชแซม สามารถนำมาใช้ประโยชน์ และมีความหมายได้มากขนาดนี้ ที่ผ่านมาเกษตรกรในพื้นที่ไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อนว่าการทำสวนปาล์มน้ำมันเชื่อมโยงกับประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศอย่างไร สิ่งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ สำหรับผมและเกษตรกรคนอื่น ๆ ในการก้าวไปข้างหน้าและร่วมกันพัฒนาการทำสวนปาล์มเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง”

ภาคเอกชนพร้อมก้าวไปด้วยกันเพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินท์

นางสาว ปานรดา วงศ์สุวรรณ ผู้จัดการส่วนหน่วยงานภาพลักษณ์องค์กรและกิจการเพื่อสังคม (CSR), บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GGC) กล่าวในฐานะที่บริษัท GGC เป็นองค์กรพันธมิตรหลักของโครงการ SPOPP CLIMA ว่า ข้อมูลภาคสนามที่รวบรวม ในช่วงระยะนำร่องของโปรแกรม CLIMAX Pro นั้น ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการสวนปาล์มแบบคาร์บอนต่ำ แสดงให้เห็นถึงบทบาทของการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีส่วนสนับสนุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกร โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ไปจนถึงผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคหลากหลายประเภท
6-carbon
4-carbon
3-carbon
ฉลากคาร์บอนฟุตพรินท์บนผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคต่าง ๆ เช่น น้ำมันปาล์มสำหรับปรุงอาหารเพื่อบ่งชี้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันก็สร้างความตระหนักรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับความยั่งยืน

“ฉลากคาร์บอนฟุตพรินท์บนผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค เช่น น้ำมันปาล์ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องสำอาง ช่วยสะท้อนถึงความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์มีแหล่งที่มาอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการผลิตปาล์มน้ำมันคาร์บอนต่ำตามกรอบ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) นโยบายความยั่งยืน ของ GGC และการเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืน ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีคาร์บอนต่ำตั้งแต่สวนปาล์มจนถึงชั้นวางผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อย่างมีความรับผิดชอบ มั่นใจในการเลือกสิ่งที่ดีต่อโลกได้ง่ายขึ้น และเป็นอีกหนึ่งพลังที่ทุกภาคส่วนร่วมกันส่งต่อ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” นางสาวปานรดา กล่าว ■

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

วิดีโอ

Scroll to Top