อ.เชียงแสน จ.เชียงราย – โครงการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อการปรับตัวต่อความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในภาคการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน (The Innovative Climate Risk Financing for the Agricultural Sector in the ASEAN Region Project หรือ AgriCRF) ปิดฉากกิจกรรมการอบรม เจ้าหน้าที่และเกษตรกรในหลักสูตรความรู้และทักษะทางการเงินรวมทั้งการรับมือกับความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการอบรมครั้งนี้มีเกษตรกรในพื้นที่อ.เชียงแสน จ.เชียงรายกว่า 300 คนเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้
โครงการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อการปรับตัวต่อความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในภาคการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน (Innovative Climate Risk Financing for the Agricultural Sector in the ASEAN Region: AgriCRF) มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินให้กับเกษตรกรทุกเพศและวัย และยกระดับภาคเกษตรไทยให้มีศักยภาพและสามารถปรับตัวต่อความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
โครงการ AgriCRF มีระยะเวลาการดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) และดำเนินการโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ)
โครงการ AgriCRF เริ่มต้นกิจกรรมอบรมครั้งแรกที่อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2567 โดยเริ่มจากการอบรมเจ้าหน้าที่ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ให้มีความรู้และศักยภาพในการเป็นวิทยากรกระบวนการ เพื่อสามารถถ่ายทอดแนวคิดและแนวปฏิบัติเพื่อการเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับเกษตรกรรายย่อยในฐานะลูกค้าของธกส. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความรู้และความเข้าใจในเรื่องการปรับตัวของภาคการเกษตรในเท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงจะ จะช่วยให้ทั้งเจ้าหน้าที่ธ.ก.ส. สามารถให้คำแนะนำเรื่องข้อมูลทางการเงินที่เหมาะสม และในขณะเดียวกันเกษตรกรจะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำเป็นต่อการเตรียมความพร้อมในการจัดการพื้นที่เกษตรของตนได้อย่างเหมาะสม
นางร่มฉัตร วงษ์วราพัฒน์ หนึ่งในเกษตรกรรายย่อยที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กล่าวว่า ข้อมูลเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการนำเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับเกษตรกรต่อการรับมือกับภาวะโลกร้อนและผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเกษตรกรในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ปาล์มและยางฯลฯ พืชผลเหล่านี้คือรายได้ของเกษตรกร หากเกิดความเสียหาย นั่นหมายถึง ครัวเรือนก็สูญเสียรายได้และต้นทุนที่ต้องลงทุนลงแรงไปทั้งหมด
ภายหลังลาออกจากงานประจำในกรุงเทพฯ เมื่อปีที่ผ่านมา ร่มฉัตรตัดสินใจกลับบ้านเพื่อมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม เธอสนใจการเลี้ยงไข่ผำ พืชแห่งอนาคตที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ เธอยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเริ่มนับหนึ่งกับการเป็นเกษตรกร เพราะการเลี้ยงไข่ผำต้องใช้น้ำสะอาดและได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ซึ่งแน่นอนว่าความพยายามครั้งแรกของเธอล้มเหลวเพราะขาดทักษะและการวางแผนที่ดีทั้งทางการเกษตรและการลงทุน ประกอบกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งร้อนและฝน ส่งผลต่อคุณภาพน้ำและอากาศที่จำเป็นต่อการเติบโตของไข่ผำ ทำให้ไข่ผำชุดแรกที่เธอเลี้ยงขึ้นราตายหมด เงินลงทุนก็หมดไปเช่นกัน
นางร่มฉัตร วงษ์วราพัฒน์ เกษตรกรและลูกค้าธกส.
กิจกรรมการอบรมครั้งนี้ แม้จะเป็นครั้งสุดท้ายของโครงการ แต่สำหรับ นายอรรคพล อ่วมแจง เจ้าหน้าที่ธ.ก.ส. กิจกรรมครั้งนี้คือการเริ่มต้นการทำหน้าที่ในฐานะวิทยากรกระบวนการ ภายหลังจากผ่านการอบรมหลักสูตรสำหรับวิทยากร (Training of Trainers: TOT) ที่ GIZ จัดร่วมกับ ธ.ก.ส. “ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่วิทยากรกระบวนการ ได้นำทักษะและความรู้ที่ได้จากการอบรมมาพัฒนาการสื่อสารกับเกษตรกรและได้เรียนรู้มุมมองและความเห็นของเกษตรกร ได้สื่อสารกับเกษตรกรเป็นร้อย ๆ คนได้อย่างมั่นใจ รู้สึกสนุกสนานพร้อมทำกิจกรรมกลุ่ม
เสริมสร้างการเรียนรู้ที่หลากหลายกว่าการอบรมปกติทั่วไปที่จัดให้กับเกษตรกรเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา” นายอรรคพลกล่าว
ในช่วงปีที่ผ่านมา โครงการ AgriCRF ได้จัดกิจกรรมอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่ธ.ก.ส.ระดับจังหวัดเพื่อเสริมสร้างความรู้และศักยภาพในการเป็นวิทยากรกระบวนการทั้งหมด 40 คน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรของธ.ก.ส. ในฐานะหน่วยงานพันธมิตรโครงการ ให้มีความตระหนักถึงความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อภาคการเกษตร พร้อมหาแนวทางร่วมกันผ่านการออกแบบแนวทางดำเนินกิจกรรมอบรมและถ่ายทอดความรู้เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่องภายหลังจากสิ้นสุดโครงการในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569
จูเลียน โทสท์ ผู้อำนวยการโครงการAgriCRF GIZ ประจำประเทศไทย
“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง หรือน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตร และสภาพการเงินของเกษตรกรอย่างยิ่ง โครงการ AgriCRF ช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนทางการเกษตรและสร้างรายได้ให้กับเกษตรผ่านวิธีการจัดการทางการเกษตรแบบยั่งยืน เราช่วยให้เกษตรกรในภูมิภาคสามารถเข้าถึงแหล่งทุนและบริษัทประกันภัยพืชผล อีกทั้งข้อมูลดาวเทียมรายงานสภาพฝนฟ้าอากาศที่แม่นยำเพื่อให้เกษตรกรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของพืชผลการเกษตร ประโยชน์เกิดขึ้นกับทั้งภาคสถาบันการเงินเอง และกับเกษตรกรรายย่อย เพราะเมื่อเกษตรกรสามารถปกป้องตัวเองต่อผลกระทบของภาวะโลกร้อน รัฐก็สามารถลดการแบกรับภาระหนี้สินทางการเกษตรที่จำเป็นต้องใช้เงินภาษีมากมาย ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เกษตรกรผู้ผลิตต้นน้ำ จนถึงผู้บริโภคปลายน้ำได้รับประโยชน์จากโครงการนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ธ.ก.ส. – GIZ ร่วมมือพัฒนาหลักสูตรการอบรมทักษะความรู้ทางการเงินเพื่อการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ
- ธ.ก.ส. – GIZ เดินหน้าความร่วมมือส่งเสริมเกษตรกรเข้าการจัดการเงินเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- GIZ จับมือสมาชิกอาเซียน ขับเคลื่อนการประกันภัยพืชผลทางการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศสู่วิสัยทัศน์หลังปีพ.ศ.2568
- ธ.ก.ส. – GIZ กระชับความร่วมมือพัฒนาการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศในประเทศไทย
- ธ.ก.ส.-GIZ เดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถบุคลากร-เกษตรกร เตรียมความพร้อมด้านการเงินเพื่อรับมือความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ