ระยะเวลาดำเนินโครงการ: พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 - มีนาคม พ.ศ. 2569

RECARP
โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบฟื้นฟูในข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม วิธีการเพาะปลูกในปัจจุบัน ก่อให้เกิดความท้าทายด้านความยั่งยืนอย่างมาก ทั้งต่อชุมชนเมืองและพื้นที่ห่างไกล ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปลูกข้าวก่อให้เกิดก๊าซมีเทนจากน้ำที่ขังในนาข้าว ในขณะที่การเพาะปลูกพืชทั้งสองชนิดยังส่งผลให้เกิดมลพิษทางอากาศ ความเสื่อมโทรมของดิน และการปล่อยมลพิษจากการเผาเศษซากวัสดุทางการเกษตร นอกจากนี้ การใช้ปุ๋ยเคมีเกินความจำเป็นโดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจน ยังเพิ่มปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การแก้ไขปัญหาเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของโครงการ ซึ่งสนับสนุนโดยบริษัท มาร์ส ในความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2050 โครงการจึงมุ่งทำงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำนาและการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผ่านการส่งเสริมแนวทางเกษตรกรรมฟื้นฟู พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างความเป็นอยู่ของเกษตรกร เพิ่มความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน

วัตถุประสงค์

โครงการมีเป้าหมายเพื่อระบุและส่งเสริมการนำแนวปฏิบัติด้านเกษตรกรรมฟื้นฟูมาปรับใช้ เพื่อพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าของข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยให้มีความยั่งยืนและมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง

ประเทศ

พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ลพบุรี สิงห์บุรี และอ่างทอง ประเทศไทย

แนวทางการดำเนินงาน

โครงการนี้ใช้แนวทางที่ยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง โดยสร้างความร่วมมือจากหลายภาคส่วนและพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาตลอดทั้งปี เพื่อเร่งการปรับตัวและการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการดำเนินงานดังกล่าว โครงการมีส่วนช่วยสนับสนุนภาคเกษตรกรรมของไทย ให้มีความยั่งยืนและยืดหยุ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากยิ่งขึ้น

1.การสร้างเครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทานข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์: โครงการมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเป็นอยู่และเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทย โดยใช้การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าและการประเมินข้อมูลพื้นฐาน (baseline assessment) เพื่อระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ความท้าทาย และโอกาสในการพัฒนาความยั่งยืนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชผล ข้อมูลที่ได้จะนำไปสู่การออกแบบมาตรการดำเนินงานที่ตรงจุด ซึ่งสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

2.การประเมินแนวทางเกษตรกรรมแบบฟื้นฟูและการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis): โครงการมุ่งระบุและส่งเสริมแนวทางการทำเกษตรแบบฟื้นฟูที่ช่วยปรับปรุงสุขภาพดิน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผ่านการประเมินวิธีการเกษตรในปัจจุบันเพื่อระบุโอกาสในการพัฒนา พร้อมทั้งจัดทำคำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับเกษตรกร อีกทั้งโครงการยังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรภายในประเทศ เพื่อสร้างความสอดคล้องของเป้าหมาย เสริมพลังความร่วมมือ และขยายผลการทำเกษตรกรรมที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศ (climate-smart farming) ในประเทศไทย

3.การพัฒนาหลักสูตรการอบรมเกษตรกรและการดำเนินโครงการนำร่อง: ข้อมูลเชิงลึกจากการวิเคราะห์ในระยะแรกถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบหลักสูตรการอบรมที่ครอบคลุมสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมุ่งเน้นเทคนิคการทำเกษตรกรรมฟื้นฟูและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการได้พัฒนาคู่มือการอบรมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ มีการรับสมัครเกษตรกรผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น และดำเนินโครงการนำร่องเพื่อทดสอบและปรับปรุงแนวทางเหล่านี้ การประเมินผลการอบรมจะช่วยให้โครงการสามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่องและพร้อมสำหรับการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น

4.การติดตามและประเมินผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: โครงการดำเนินการติดตามและรายงานผลกระทบอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปลูกข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยใช้ข้อมูลระดับแปลง (farm-level data) ในการคำนวณผลกระทบด้านการลดคาร์บอน พร้อมทั้งติดตามตัวชี้วัดสำคัญ เช่น การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต ความสามารถในการทำกำไรของเกษตรกร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ของบริษัทมาร์

อัปเดตล่าสุด: กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สนับสนุนงบประมาณโดย

บริษัท มาร์ส (Mars)

หน่วยงานร่วมดำเนินงาน

คู่ค้าของบริษัท มาร์ส และกรมส่งเสริมการเกษตร

ติดต่อ
ดร.อรรถวิชช์ วัชรพงศ์ชัย
ผู้อำนวยการโครงการ

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

Scroll to Top