โครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ หรือ ไทย ไรซ์ จีซีเอฟ (Thai Rice GCF) ผลักดันมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environmental and Social Safeguards: ESS) พร้อมส่งเสริมความเข้าใจด้านเพศภาวะ (Gender) และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มุ่งนำประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่การปลูกข้าววิถีใหม่ที่เท่าทันภูมิอากาศและครอบคลุมคนทุกกลุ่ม
โครงการ ไทย ไรซ์ จีซีเอฟ ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF) กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) และภาคเอกชน โดยมีองค์กรระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เป็นหน่วยงานดำเนินการหลัก ร่วมกับกรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนภาคการผลิตข้าวไทยไปสู่แนวทางที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำและมีความเท่าทันต่อภูมิอากาศ ผ่านการนำเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศมาปรับใช้ในพื้นที่ปลูกข้าวหลัก 21 จังหวัดทั่วประเทศไทย
คุณเกตน์พริมา แสนสุด ผู้จัดการมาตรการป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม จาก GIZ ประจำประเทศไทย ภายใต้โครงการไทย ไรซ์ จีซีเอฟ เผยว่า นอกเหนือจากเป้าหมายในการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกว่า 253,400 รายให้เข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าว และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 2.44 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปีพ.ศ. 2571 แล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานภายใต้กรอบมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESS) ของกองทุนภูมิอากาศสีเขียว โดยมีเงื่อนไขว่า เงินทุนจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว ที่นำไปสนับสนุนโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดำเนินโครงการ การบรรลุเป้าหมายทางสิ่งแวดล้อมจึงจำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ต่อสังคมที่ทั้งครอบคลุมและเท่าเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็น สตรี เด็ก ผู้พิการ ชนเผ่าพื้นเมือง หรือกลุ่มบุคคลด้อยโอกาสอื่น ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการ
ภายใต้กรอบ ESS นี้ โครงการได้จัดการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและศักยภาพของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์สูง ให้สามารถทำงานร่วมกับชุมชนได้อย่างเหมาะสม เคารพวิถีชีวิตท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการดำเนินงานด้านความเท่าเทียมทางเพศ โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 และ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568 มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 70 คน ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่กรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตรจากพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย
องค์ประกอบสำคัญของการอบรมนี้ ครอบคลุมการให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการขอความยินยอมอย่างเสรี ล่วงหน้า และโดยมีข้อมูลครบถ้วน (Free, Prior and Informed Consent: FPIC) รวมถึง กลไกการรับเรื่องร้องเรียน (Grievance Redress Mechanism: GRM) ซึ่งเป็นช่องทางสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถแจ้งข้อกังวลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ และแนวทางการป้องกันการแสวงหาประโยชน์ การล่วงละเมิด และการคุกคามทางเพศ (Sexual Exploitation, Abuse and Harassment: SEAH)กลไกเหล่านี้ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินงานที่คำนึงถึงทั้งมิติสิ่งแวดล้อมและสังคม ช่วยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการทุกฝ่ายได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจอย่างมีคุณภาพ และสามารถสื่อสาร ร้องเรียนข้อกังวลที่เกี่ยวกับโครงการได้อย่างปลอดภัย
นอกจากการเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มแล้ว โครงการยังได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงมาแบ่งปันประสบการณ์การทำงานร่วมกับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานภาคสนามได้จริง
ดร.จันทร์จิรา รุ่งเจริญ จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “การทำงานเพื่อขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมือและการบูรณาการจากทุกภาคส่วน หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่อาจไปถึงเป้าหมายเพียงลำพังได้ ถ้าไม่ทำงานร่วมกันกับชุมชน”
ดร.อรรถวิชช์ วัชรพงศ์ชัย รองผู้อำนวยการโครงการ ฝ่ายปฏิบัติการภาคสนาม เสริมว่า “การฝึกอบรมเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้มีความเข้าใจทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมไปพร้อมกันนี้ จะช่วยให้การดำเนินการของโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น ยุติธรรม เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ■